วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Cloud Station Backup

01.jpg

“Share File ใช้ร่วมกัน File หาย ใครลบ ทำอย่างไรดี ???”
ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของการ Share File ใช้ร่วมกันคือ “File หาย ใครลบไปหรือเปล่า หาไม่เจอ” ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยวิธีการทำ Backup นั่งเอง แต่ไม่ใช่การ Backup แบบ Manual ที่ต้องคอย Copy ไปไว้ยังที่ต่างๆ เพราะบางทีอาจหาไม่เจอ หรือหาเจอ แต่ Version ดันไม่ใช่ตัว Update ล่าสุด ยุ่งวุ่นวาย กันเข้าไปอีก!
นี่คือสาเหตุของการทำ Auto Backup โดยใช้ Cloud Station Backup ซึ่งตัว Application นี้จะทำหน้าที่คอย Backup หรือ Upload File ต่างๆที่เราใช้ร่วมกันขึ้นไปเก็บไว้ยัง NAS และเมื่อมีการแก้ไขข้อมูล Cloud Station Backup จะทำหน้าที่เก็บเป็น Version ให้โดยอัตโนมัติ และที่สำคัญที่สุดหากมีคนใดคนนึง เผลอลบ File ออกไปจาก Share Folder แต่ File เดียวกันนี้จะไม่ถูกลบออกไปจาก Cloud Station Backup และสามารถ Download กลับมาไว้ยัง Share Folder ดังเดิมได้

การ Setup Cloud Station Server เพื่อใช้งาน Cloud Station Backup
1. ทำการติดตั้ง Cloud Station Server ไว้ที่เครื่อง Synology NAS ในกรณีที่ยังไม่ได้ติดตั้งมาก่อน โดยการโหลดมาจาก Package Center

2. เปิด Application Cloud Station Server ขึ้นมาเพื่อทำการ Setup ให้สามารถใช้งาน Cloud Station Backup ได้ ซึ่งเมื่อเปิด Application ขึ้นมาแล้วจะพบกับหน้าจอ Interface ซึ่งประกอบด้วยเมนูต่างๆดังนี้
02.jpg
- Overview จะแสดงสถานะการทำงานของ Cloud Station Server ซึ่งหน้านี้ เราสามารถ Download Application ที่ต้องการติดตั้งบนเครื่อง Client ได้ ซึ่งมีอยู่ 2 โปรแกรมคือ Cloud Station Drive และ Cloud Station Backup ส่วน DS Cloud จะเป็น Application ที่ติดตั้งบน Smart Device และในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะ Cloud Station Backup เท่านั้น
- Client List จะแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ Connect เข้ามาและทำการ Update/Download/Upload File ต่างๆภายใน Cloud Station Server
- Log จะแสดงรายละเอียด Event ต่างๆที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน Cloud Station Server
- Settings จะเป็นการกำหนดรายละเอียด Folder ต่างๆที่จะใช้ในการ Sync หรือ Backup File ต่างๆจากเครื่อง Client

3. ในเมนู Overview ให้ทำการ Download Application Cloud Station Drive เพื่อติดตั้งบนเครื่อง Client ของเรา เช่น Computer หรือ Notebook

4. จากเมนูเลือก Tab Setting เพื่อทำการ Enable Share Folder ที่เราต้องการเปิดใช้งาน Cloud Station (กรณีที่ยังไม่ได้สร้าง Share Folder เตรียมไว้  ดูรายละเอียด การสร้าง Share Folder)
03.jpg

5. หลังจากที่เราเลือก Share Folder แล้วคลิก Enable การใช้งานแล้วจะปรากฎหน้าต่าง Versioning ขึ้นมา โดยเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้แต่ละ File สามารถเก็บเป็น Version ได้ทั้งหมดกี่ Version ซึ่งจะ Default อยู่ที่ 32 Version และส่วนของ Rotation Policy จะเป็นการเลือกว่า Version ที่เราต้องการ นับต่อจาก Version ก่อนหน้า หรือ ให้เครื่อง Synology NAS ดูตามลำดับความสำคัญของแต่ละ Version โดยใช้ Algorithm ภายในเป็นตัววัดค่าความสำคัญ ซึ่งส่วนนี้เราสามารถใช้ค่า Default ได้คือ นับต่อจาก Version ก่อนหน้า (From the earliest versions)
04.jpg

6. หลังจากที่คลิกปุ่ม OK แล้วจะมี Information ขึ้นมาเพื่อให้ตรวจสอบในเรื่องของสิทธิ์ในการเข้าใช้งานของ Folder ที่สร้างขึ้นมา ในส่วนนี้ให้ทำการคลิก OK
05.jpg

7. เมื่อทำการ Setup Folder สำหรับการใช้งาน Cloud Station สำเร็จ Folder ที่เราเลือกจะมีสถานะเป็น Enabled ซึ่งพร้อมสำหรับการใช้งาน Cloud Station Backup แล้ว
06.jpg

การ Connect เพื่อใช้งาน Cloud Station Backup
1. เปิดโปรแกรมหรือ Application Cloud Station Backup ที่เราติดตั้งบนเครื่อง Computer หรือ Notebook ของเราขึ้นมา แล้วทำการป้อนชื่อเครืองของ Synology NAS หรือ Domain name หรือ Quick Connect ID ที่เราต้องการ Connect
03.jpg

2. เมื่อทำการกด Next หากเราไม่ได้ใช้ Quick Connect ID โปรแกรมจะถามเราว่าต้องการเปลี่ยนเป็น Quick Connect ID หรือไม่ เพื่อสะดวกในการใช้งานนอกสถานที่ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนไปใช้ Quick Connect ID ได้เลย หรือกำหนดค่าภายหลังก็ได้
04.jpg

3. เมื่อ Login ผ่านเข้ามาแล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นการเลือก Folder ที่ต้องการ Backup โดยข้อมูลที่อยู่บนเครื่อง Computer หรือ Notebook จะเป็นส่วนของ Backup Source
05.jpg

ส่วน Folder หรือ Path ที่อยู่บน Synology NAS คือ Backup Destination
06.jpg

4. Backup Rules จะใช้ในการกำหนดรายละเอียดในการ Backup ดังนี้
- ขนาดใหญ่สุดของ File ที่ต้องการ Backup
- ประเภท(นามสกุล) ของ File
- ต้องการที่จะ Sync File/Folder ที่ชื่อมีจุด (.) นำหน้า หรือ Temporary File/Folder หรือไม่
- ไม่ลบ File ที่อยู่บน Backup เมื่อ File ที่ Source ถูกลบออกไป (ส่วนนี้เป็นค่า Default ที่สำคัญที่สุด)
07.jpg

5. หลังจากทำการตรวจสอบ Backup Rules แล้วจะพบกับหน้าจอ Summary เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ Folder Source และ Destination ให้ถูกต้องแล้วทำการคลิก Done
08.jpg

6. Cloud Station Backup จะมีหน้าต่าง Pop-up ขึ้นมาเพื่อถามเราว่าต้องการที่จะให้ Read-only หรือไม่ ส่วนนี้คลิก OK
09.jpg

7. หลังจากนั้น Cloud Station Backup จะทำการ Backup ข้อมูลของเราขึ้นไป ซึ่งจะแสดงสถานะการทำงานว่า Backup Completed หรือกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งหน้าต่างนี้จะมี Option อยู่ด้วยกัน 4 Option คือ
10.jpg

- Recent Activities จะแสดงรายละเอียดของ File ที่ได้ทำการ Backup ขึ้นไป รวมถึงสถานะการ Backup
11.jpg

- Version Explorer จะแสดงรายละเอียดของการ Backup ซึ่งสามารถดูได้ในมุมมองตามช่วงเวลาที่มีการ Backup
15.jpg

- Setting จะกลับมายัง Menu การเลือกกำหนด Folder สำหรับการ Backup ทั้งส่วนของ Source, Destination
12.jpg

- Connection จะเป็นรายละเอียดของ Synology NAS ที่เรากำลังใช้งานอยู่
13.jpg

- Option จะเป็นการกำหนดการทำงานของ Cloud Station Backup ว่าต้องการที่จะเริ่มทำงานหลังจาก User คนนั้นทำการ Login เข้าสู่ ระบบเช่น Windows เป็นต้น
14.jpg

หลังจากที่ Cloud Station Backup ทำการ Backup File ต่างๆทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว หากมี File ใดๆใน Folder Source หายไป เราสามารถทำการ Download คืนมาได้ โดยทำการ Login เข้าไปยังส่วนของ Synology DSM หรือเข้าไปยัง Folder ที่ทำการ Backup File นั้นๆไว้ แล้วทำการ Download File นั้นลงมาแล้วทำการ Copy ไปไว้ยัง Share Folder ที่เราใช้งานอยู่

 

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Cloud Station Drive

01.jpg

“Share File ใช้ร่วมกัน คนหนึ่งแก้ คนหนึ่งอยากย้อนกลับไปยังข้อมูลก่อนการแก้ไข ทำอย่างไรดี ???”
แน่นอนว่า Synology NAS สามารถทำการ Share File ให้สามารถใช้ร่วมกันได้จากส่วนของ File Sharing แต่หาก “คนหนึ่งแก้ คนหนึ่งอยากย้อนกลับไปยังข้อมูล Version ก่อนหน้า” จะไม่สามารถทำได้ จากการ Share File แบบปกติ แต่ปัญหานี้สามารถแก้ได้ โดยการใช้ Synology Cloud Station Drive หรือ Cloud Station Drive
เนื่องจากการใช้ Cloud Station Drive สามารถกำหนด Version ที่ใช้ในการ Sync ไปที่เครื่อง Synology NAS ได้สูงสุดถึง 32 Version ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถเลือก Download ข้อมูล Version ก่อนหน้า เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หรือตรวจสอบสิ่งที่ได้แก้ไขไปแล้ว

การ Setup Cloud Station Server เพื่อใช้งาน Cloud Station Drive
1. ทำการติดตั้ง Cloud Station Server ไว้บนเครื่อง Synology NAS ก่อนโดยโหลดจาก Package Center

2. เปิด Application Cloud Station Server ขึ้นมาเพื่อ Setup ให้สามารถใช้งาน Cloud Station ได้ ซึ่งเมื่อเปิด Application ขึ้นมาแล้ว จะพบกับหน้าจอ Interface ซึ่งประกอบด้วยเมนูต่างๆดังนี้
02.jpg
- Overview จะแสดงสถานะการทำงานของ Cloud Station Server ซึ่งหน้านี้ เราสามารถ Download Application ที่ต้องการติดตั้งบนเครื่อง Client ได้ ซึ่งมีอยู่ 2 โปรแกรมคือ Cloud Station Drive และ Cloud Station Backup ส่วน DS Cloud จะเป็น Application ที่ติดตั้งบน Smart Device และในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะ Cloud Station Drive เท่านั้น
- Client List จะแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ Connect เข้ามา Update/Download/Upload File ต่างๆภายใน Cloud Station Server
- Log จะแสดงรายละเอียด Event ต่างๆที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน Cloud Station Server
- Settings จะเป็นการกำหนดรายละเอียด Folder ต่างๆที่ใช้ในการ Sync หรือ Backup File จากเครื่อง Client

3. ในเมนู Overview ให้ Download Application Cloud Station Drive ติดตั้งบนเครื่อง Client ของเรา เช่น Computer หรือ Notebook

4. จากเมนูเลือก Tab Setting เพื่อ Enable Share Folder ที่เราต้องการเปิดใช้งาน Cloud Station (กรณีที่ยังไม่ได้สร้าง Share Folder เตรียมไว้  ดูรายละเอียด การสร้าง Share Folder)
03.jpg

5. หลังจากที่เลือก Share Folder แล้วคลิก Enable การใช้งาน จะปรากฎหน้าต่าง Versioning ขึ้นมา โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้แต่ละ File เก็บได้ทั้งหมดกี่ Version ซึ่งจะ Default อยู่ที่ 32 Version และส่วนของ Rotation Policy จะเป็นการเลือกว่า Version ที่เราต้องการ นับต่อจาก Version ก่อนหน้า หรือ ให้เครื่อง Synology NAS ดูตามลำดับความสำคัญของแต่ละ Version โดยใช้ Algorithm ภายในเป็นตัววัดค่าความสำคัญ ซึ่งส่วนนี้สามารถใช้ค่า Default ได้คือ นับต่อจาก Version ก่อนหน้า (From the earliest versions)
04.jpg

6. หลังจากคลิกปุ่ม OK แล้วจะมี Information ขึ้นมาให้ตรวจสอบเรื่องสิทธิ์ในการเข้าใช้งานของ Folder ที่สร้างขึ้นมา ในส่วนนี้ให้ทำคลิก OK
05.jpg

7. เมื่อ Setup Folder สำหรับการใช้งาน Cloud Station สำเร็จ Folder ที่เราเลือกจะมีสถานะเป็น Enabled ซึ่งพร้อมแล้วสำหรับการใช้งาน Cloud Station Drive
06.jpg

การ Connect ใช้งาน Cloud Station Drive
1. เปิดโปรแกรมหรือ Application Cloud Station Drive ที่ติดตั้งบนเครื่อง Computer หรือ Notebook ขึ้นมา แล้วป้อนชื่อเครืองของ Synology NAS หรือ Domain name หรือ Quick Connect ID ที่ต้องการ Connect
07.jpg

2. เมื่อคลิก Next แล้ว หากไม่ได้ใช้ Quick Connect ID โปรแกรมจะถามเราว่าต้องการเปลี่ยนเป็น Quick Connect ID หรือไม่ เพื่อสะดวกในการใช้งานนอกสถานที่ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนไปใช้ Quick Connect ID ได้เลย หรือกำหนดค่าในภายหลัง
08.jpg

3. เมื่อ Login เข้ามาแล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นการเลือก Folder ที่ต้องการ Sync หรือใช้งาน Cloud Station Drive บนเครื่อง Computer หรือ Notebook และบนเครื่อง Synology NAS
09.jpg

4. Advance Option ใช้ในการกำหนดรายละเอียดต่างๆดังนี้
- Folder Option เป็นรายละเอียดการ Sync ข้อมูล ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่า ต้องการ Sync File/Folder ที่ชื่อมีจุด (.) นำหน้า หรือ Temporary File/Folder หรือไม่
10.jpg

- File Filter ใช้กำหนดขนาดของ File และนามสกุลของ File ที่ต้องการ Sync ระหว่างเครื่อง Client และ Cloud Station Drive
11.jpg

- Sync Mode ใช้กำหนดว่าจะใช้ต้องการ Sync เป็น Two-way Sync หรือใช้ Download ข้อมูลจาก Cloud Station Drive เท่านั้น จากจุดประสงค์ที่ใช้จะเป็นการเลือกตามค่า Default คือ Two-way Sync ซึ่งข้อมูลบน Cloud Station Drive และเครื่อง Client จะมีข้อมูลที่เหมือนกัน หากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง Add/Delete File หรือ Folder อีกฝั่งหนึ่งก็จะถูก Add/Delete ไปด้วย
12.jpg

5. หลังจากที่ Setup เสร็จเรียบร้อยแล้ว Application จะสร้าง Shortcut ไว้ที่หน้า Desktop ของเรา ให้ทำการคลิก OK
13.jpg

6. ในการใช้งาน เมื่อ Copy File ไปยัง Folder ที่กำหนด ระบบจะทำการ Sync ข้อมูลโดยอัตโนมัติ สังเกตสัญลักษณ์ ตรง Icon ของ File


7. เราสามารถตรวจสอบการ Sync ข้อมูลได้ โดยการ Login ผ่าน Synology DSM เข้าไปตรวจสอบข้อมูลบน File Station
15.jpg

การใช้งาน Version History
ในกรณีที่เราต้องการข้อมูลในอดีต หรือ ข้อมูลใน Version ก่อนหน้า สามารถทำได้ดังนี้
1. เปิด Folder ที่ Sync Cloud Station Drive

2. คลิกขวาบน File ที่ต้องการแล้วเลือก Synology Cloud Station Drive --> Browse Previous Versions
16.jpg

3. จะปรากฎหน้าต่าง Version History ขึ้นมาแล้วสามารถเลือก Download File ใน Version ที่ต้องการได้ โดยดูจาก Created Date และ Modified Date
17.jpg

เนื่องจาก Cloud Station Drive Default เป็น Two-way Sync ดังนั้นควรระมัดระวังในเรื่องการ Delete File ซึ่งหากฝั่งใดฝั่งหนึ่งทำการ Delete File แล้วอีกฝั่งหนึ่งก็จะ Delete ตามไปด้วย"

วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ทดสอบการโอนถ่ายข้อมูลผ่าน Port 10 GbE ของ Buffalo NAS รุ่น TS5410RN0804

หลังจากที่ได้รีวิวการใช้งานทั่วไปของ Buffalo NAS TeraStation รุ่น TS5410RN0804 ซึ่งเป็น Rackmount 4 Bays ขนาด 1U ไปแล้วนั้น (รีวิวการใช้งาน) วันนี้ NASSHOP จะมาทดสอบการโอนถ่ายข้อมูลผ่าน Port 10 GbE ของ NAS ตัวนี้กันว่า ในการใช้งานจริงนั้น ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลจะมีความเร็วแค่ไหน เชิญติดตามได้จากรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ
รายละเอียดของ Hardware ที่ใช้ในการทดสอบ
1. Buffalo NAS TeraStation รุ่น TS5410RN0804


2. Buffalo Switch รุ่น BS-MP2008 ซึ่งเป็น 8-Port MulitGigabit Switch ซึ่งรองรับการทำงานที่ 10 GbE ทั้ง 8 Port



3. Computer Client ที่ใช้งานทั่วไปโดยมี Port การเชื่อมต่อแบบ 10GbE



ขั้นตอนการทดสอบ
ขั้นตอนการทดสอบความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 วิธีคือ
1. ทดสอบโดยใช้โปรแกรม Disk Speed Test จะเป็นการทดสอบความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลรวมถึงความเร็วในการ Read/Write ข้อมูลลงบน Disk ด้วย ซึ่งผลจากการทดสอบมากกว่า 10 รอบ ได้ผลคือ ค่า Read จะอยู่ที่ 627.4 MB/sec ส่วนความเร็วในการ Write นั้นจะอยู่ที่ 349.6 MB/s ซึ่งถือว่าเร็วมากทั้ง Read และ Write ครับ


จำนวนรอบและขนาดของไฟล์ที่ทดสอบผ่านโปรแกรม Disk Speed Test ซึ่งมีขนาด 2GB และ 4GB

2. ทดสอบโดยการ Copy ไฟล์ระหว่าเครื่อง Client ที่ใช้งานทั่วไป ไปยัง Buffalo NAS ซึ่งมีขนาดประมาณ 3.89 GB

ความเร็วในการ Copy ข้อมูลประมาณ 140 MB/s และระยะเวลาที่ใช้ในการ Copy น้อยกว่า 30 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วมากกับไฟล์ขนาดเกือบๆ 4 GB ครับ

รายละเอียดการ Copy ข้อมูลเมื่อมองจาก Resource Monitor

Video ความเร็วในการ Copy ไฟล์ระหว่างเครื่อง Client กับ Buffalo NAS ครับ
สรุป
หลังจากการทดสอบความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่อง Coputer Client ผ่าน Port และ Switch 10GbE ไปยัง Buffalo NAS TeraStation รุ่น TS5410RN0804 นั้น ถือว่าทำได้ดีมาก ดังนั้นหากนำไปใช้งานในลักษณะไฟล์พวก Multimedia ต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ หรือ ไฟล์รูปภาพความละเอียดสูงๆที่มีขนาดใหญ่ ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานครับ แต่หากนำไปใช้ในการ Share File ธรรมดาก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียวครับ

วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

รีวิว การใช้งาน Buffalo NAS รุ่น TS5410RN0804

หากจะกล่าวถึงอุปกรณ์ IT Brand Buffalo นั้นถือว่าเป็น Brand ที่มีประวัติยาวนาน และเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงองค์กรธุรกิจ ห้างร้าน หรือสาขาต่างๆในประเทศไทยที่มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แล้วจะเจาะจงเลือกใช้ Buffalo แทบทั้งสิ้น เราจะมาดูกันว่าเพราะเหตุผลใด? ทำไมคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถึงเจะจงเลือกใช้แต่ Buffalo? ทาง NASSHOP จะมาเขียนรีวิวการใช้งาน Buffalo NAS TeraStation รุ่น TS5410RN0804 ซึ่งเป็น Rackmount 4 Bays ขนาด 1U ให้ทุกๆท่านได้ติดตามกัน ต้องขอขอบคุณ Buffalo Thailand ที่ให้ Buffalo NAS TeraStation รุ่น TS5410RN0804 มาให้ NASSHOP ได้ทดลองใช้งานและเขียนรีวิวในครั้งนี้  ซึ่งมีลักษณะหน้าตาและรายละเอียดของ Hardware ดังนี้

ด้านหน้าของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, จอ LCD, ไฟแสดงสถานะต่างๆ และ USB 3.0 จำนวน 1 ช่อง ซึ่ง Drive Bays จะเป็นแบบ Hot-swap สามารถรองรับ Hard disk ความจุต่อลูกสูงสุดที่ 8TB

ด้านหลังของตัวเครื่อง จะมีพัดลมระบายอากาศจำนวน 2 ตัวเพื่อระบายความร้อนออกจากตัวเครื่อง เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆอันเนื่องมาจากความร้อน และช่วยยืดระยะเวลาการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสมได้อีกด้วย นอกจากนั้นก็จะมี Port USB 3.0 จำนวน 2 Port, Lan 1GbE จำนวน 2 Port และมี 10 GbE Bundle มาให้อีก 1 Port ด้วย ถือว่าให้ Port เชื่อมต่อมาดีเลยทีเดียวครับ

ในการทดสอบการใช้งานครั้งนี้เราได้ Buffalo Switch รุ่น BS-MP2008 ซึ่งเป็น 8-Port MulitGigabit Switch มาทดสอบด้วยครับ ซึ่ง Switch ตัวนี้รองรับการทำงานที่ 10 GbE ทั้ง 8 Port เลยนะครับ ถือว่าน่าใช้มากเหมือนกัน

เริ่มต้นการทำงานด้วย NAS Navigator
NAS Navigator จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการค้นหา Buffalo NAS ภายใน Network ของเรานะครับ ซึ่งสามารถ Download ได้จาก Link นี้ http://www.buffalotech.com/support/downloads/terastation-pro-ii ภายใต้หัวข้อ Utilities แล้วเลือก Version ที่จะติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Mac นะครับ
เมื่อเราทำการติดตั้งและเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วจะพบกับ Buffalo NAS ที่อยู่ภายใน Network ของเราทั้งหมดนะครับ เมื่อเราคลิกเลือก หรือนำ Mouse ไปวางไว้ที่ Icon Buffalo NAS ก็จะแสดง Information ของ NAS ตัวนั้นๆขึ้นมานะครับ


เราสามารถไปยังหน้าการจัดการได้โดยการคลิกขวาแล้วเลือก Settings

ทำการป้อน Password เพื่อเข้าสู่หน้าการจัดการ ซึ่ง Default Password ของ Buffalo คือ password

เมนูหน้าการจัดการ
เมื่อเราทำการ Login เข้ามาสู่หน้าการจัดการแล้วจะพบกับเมนูการจัดการส่วนต่างๆทางด้านซ้ายมือ และเราสามารถเปิด-ปิด หรือ Config การทำงานในส่วนย่อยๆได้ จากรายละเอียดทางด้านขวามือ ซึ่งการแสดงผลดังรูปด้านล่างนี้ จะเป็นการแสดงผลในลักษณะที่เรียกว่า Advance Settings ซึ่งเราสามารถสลับหน้าจอการจัดการไปยังหน้า Easy Admin ได้ ซึ่งจะเป็นการจัดการหรือ Config การตั้งค่าต่างๆผ่าน Wizard

ลักษณะหน้าตาของเมนู Easy Admin สามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งต่าต่างๆผ่านตัวช่วย หรือ Wizard ได้อย่างง่ายดายตามหัวข้อที่ต้องการ

เมนูการจัดการต่างๆของ Buffalo NAS จากด้านขวามาซ้ายมีดังนี้
- ขวาสุดจะเป็นปุ่ม Power จะใช้ในการสั่ง Restart หรือ Shutdown ตัว Buffalo NAS
- ปุ่มถัดมาจะเป็น Information โดยจะแสดงรายละเอียดคร่าวๆของ Buffalo NAS ว่ามีสถานะการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

- Log Out จะทำหน้าที่ออกจากหน้าจอการจัดการ
- Language ใช้สำหรับเลือกภาษาในการแสดงผล โดยสามารถเลือก Drop-down ภาษาที่ต้องการได้
- Admin ส่วนนี้จะแสดงว่า ใครกำลัง Log on เข้ามาใช้งานอยู่
- สัญลักษณ์ โน๊ตดนตรี ใช้สำหรับค้นหา Buffalo NAS ว่าตั้งอยู่ที่ไหน โดยเมื่อกดปุ่มนี้ ตัวเครื่อง NAS จะมีเสียงดังออกมา
- ปุ่มซ้ายสุดสัญลักษณ์รูปเฟืองจะเป็นการสลับหน้าจอการทำงานไปเป็นหน้า Easy Admin

รายละเอียดแต่ละเมนู
File Sharing : ทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการ Share File ทั้งหมดรวมถึงการสร้าง User, User Group และ Service ที่ใช้ในการ Share File ต่างๆ เช่น FTP, SFTP เป็นต้น

Storage : ทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลต่างๆเช่น Drive, Volume, RAID หรือ iSCSI เป็นต้น

Web Services : ทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการ Sync ข้อมูลที่อยู่บน Cloud เช่น Amazon S3 หรือ Dropbox เป็นต้น

Network : ทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการตั้งค่า Network ต่างๆทั้งหมดเช่น IP Address, Proxy หรือการทำ Port Trunking เป็นต้น


Backup : ทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการ Backup Folder ต่างๆรวมไปถึงการตั้ง Schedule ในการ Backup ข้อมูล

Management : ทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการตั้งค่าการใช้งานทั่วๆไปของ NAS เช่น Server Name, Date, Time, Language หรือ Notification ต่างๆ เป็นต้น

ทดสอบการใช้งาน
การทดสอบการใช้งานจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ การทดสอบความเร็วในการ Transfer File และทดสอบการ Backup ข้อมูล โดยขั้นตอนแรกจะทำการสร้าง Share Folder ขึ้นมาก่อนเพื่อใช้ในการทดสอบ ซึ่งชื่อของ Share Folder Buffalo NAS “จะไม่อนุญาต” ให้มีช่องว่างระหว่างคำ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็จะมีสัญลักษณ์ขีดเส้นใต้เป็นรูปฟันปลา
หากชื่อที่กำหนดตรงตามเงื่อนไขของ Buffalo NAS แล้วจะไม่มีสัญลักษณ์สีแดงใดๆ นอกจากนั้นยังสามารถกำหนด Properties อื่นๆเพิ่มเติมได้เช่น กำหนด Attribute ให้เป็น Read & Write หรือ Read Only, Drive/Array ที่ต้องการสร้าง Share Folder, Recycle Bin

LAN Protocol Support ในจุดนี้หากต้องการกำหนดให้ Folder นี้สามารถใช้งานการ Backup หรือ FTP สามารถมากำหนด Option ต่างๆตามต้องการได้ และยังสามารถกำหนดสิทธิ์การใช้งานของ User ต่างๆได้ในส่วนของ Local Users

หลังจากที่กำหนด Properties ต่างๆเรียบร้อยแล้วคลิก OK ก็จะปรากฎรายละเอียดของ Share Folder ที่เราสร้างขึ้นมา

ทดสอบการโอนย้ายข้อมูล
ขั้นตอนนี้เราจะมาทำการทดสอบการการอ่านเขียนของ Hard disk โดยทำการ Copy File จากเครื่อง Computer Client ทั่วๆไป ขนาด 4 GB ลงไปใน Share Folder ที่เราได้ทำการสร้างขึ้นมา ซึ่งความเร็วในการ Read/Write จะอยู่ที่ประมาณ 4.8/4.5 MB/s ก็ถือว่าไม่ได้รวดเร็วมากนักแต่ก็ถือว่าพอรับได้ในการใช้งานจริง

เนื่องจากในการใช้งานทั่วไปภายในองค์กร เครื่อง Computer Client ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มี Port 10 GbE ติดตั้งภายในตัวเครื่อง ทาง NASSHOP จึงขออนุญาตทดสอบ การ Copy ข้อมูลผ่าน LAN Port 10/100/1000 ด้วยข้อมูลจำนวน 4 GB ซึ่งผลของการ Transfer คือสามาถ Copy File ด้วยความเร็วประมาณ 96 MB/s ไปยัง Buffalo NAS ถือว่าความเร็วในการ Transfer ข้อมูลทำได้ดีทีเดียว

ขั้นตอนการ Backup ข้อมูล
การ Backup ข้อมูลต่างๆใน Buffalo NAS ระหว่าง NAS กับ NAS นั้นจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อ Share Folder ที่สร้างไว้ ได้ทำการ Check box เลือก Option Backup เท่านั้น มิฉะนั้นจะไม่สามารถมองเห็น Folder ใน Folder List ภายใน Backup ได้ ซึ่งขั้นตอนแรกในการ Backup จะต้องมาที่เมนู Backup แล้วเลือก Backup ทางด้านขวา

ในหน้าของ Backup List จะใช้ในการสร้างและจัดการ Job Schedule ในการ Backup ข้อมูลต่างๆ ซึ่งจะสามารถ Backup ได้เฉพาะ Buffalo NAS เท่านั้น

การสร้าง Backup Job สามารถสร้างได้โดยคลิกที่ปุ่ม Create New Job แล้วทำการกำหนดชื่อของ Job และรายละเอียดอื่นๆ เช่น ความถี่ในการ Backup, Backup log file หรือต้องการ Encrypt data transfer หรือไม่ หลังจากนั้นทำการ Add Source และ Destination Folder ที่ต้องการ Backup ด้านล่างสุด แล้วคลิก OK

ขั้นตอนการใช้งาน Dropbox Sync
ก่อนการใช้งาน Dropbox Sync นั้น ลำดับแรกจะต้องทำการ Download โปรแกรม B-Sync ลงมาติดตั้งที่เครื่องก่อน ซึ่งสามารถ Download ได้จาก http://www.buffalo-technology.com/en/support/downloads/?no_cache=1 หลังจากนั้นให้ทำการเลือกเมนู Web Services ทางด้านซ้ายแล้วคลิกเลือก Dropbox Sync ก็จะปรากฎหน้าต่าง Dropbox Sync ให้ขึ้นมา คลิกที่ Add เพื่อทำการสร้าง Connection ที่จะทำการ Sync ไปยัง Dropbox

ในส่วนของ Authentication Code ให้ทำการคลิกที่ “View Dropbox Authentication Page”

ขั้นตอนนี้ให้ทำการเลือก Allow เพื่อให้ B-Sync สามารถที่จะ Access Folder หรือ File ต่างๆภายใน Dropbox ของเราเพื่อที่จะ Sync มายัง Buffalo NAS ของเราได้

ขั้นตอนสุดท้าย ให้ทำการ Copy Code ที่ได้ไปวางไว้ในส่วนของ Authentication Code ในหน้าการจัดการ

สรุป
Buffalo NAS TeraStation รุ่น TS5410RN0804 เหมาะสำหรับการใช้งานภายในองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง ที่เน้นในเรื่องของการ Share File การ Backup เป็นหลักเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมอื่นๆเพิ่มได้, ไม่สนับสนุน DLNA และไฟล์ Multimedia ทุกประเภท
ข้อดี
1. เมนูการจัดการและการใช้งานต่างๆจัดได้เป็นหมวดหมู่ ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและการใช้งาน
2. ความเร็วในการ Transfer File สามารถทำได้ดี
3. มี LAN Port สำหรับการเชื่อมต่อมาให้ใช้งานถึง 3 Port ทั้ง 1GbE และ 10 GbE
ข้อเสีย
1. ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมอื่นๆเพิ่มได้ เช่น โปรแกรมสำหรับโหลด Bit Torrent หรือ Surveillance Station ได้
2. ไม่สนับสนุน DLNA และไฟล์ Multimedia ทุกประเภท
3. การ Sync กับ Public Cloud สามารถ Sync ได้เพียง Amazon S3 กับ Dropbox เท่านั้น